รู้หรือไม่ !? ‘อาหารอร่อย’ คือตัวการที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย

รู้หรือไม่ !? 'อาหารอร่อย' คือตัวการที่ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย

ไม่มีใครอยากถูกเรียกว่า ‘พี่’ หรือถูกทักว่าหน้าแก่ ทั้งที่เพิ่งจะมีอายุไม่ทันเข้าเลข 2 ก็จริงอยู่ที่เรื่องรูปร่างหน้าตานั้นมีผลมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่เรา แต่ความอาวุโสของใบหน้านั้นส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราล้วนๆ อย่างเช่นเรื่องอาหารการกิน วันนี้ เราก็เลยขอมาพูดถึง 10 ประเภทอาหารที่ให้ความอร่อยกันสักหน่อย สิ่งเหล่านี้กินได้แต่อย่ากินบ่อย ไม่อย่างนั้นจะหน้าเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้อีกทั้ง สุขภาพก็ย่ำแย่มากขึ้นไม่รู้ด้วยนะ

1. คาเฟอีน

คาเฟอีน ที่ว่านี้อาจไม่ได้อยู่ในกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นส่วนผสมในน้ำอัดลมที่มีทั้งน้ำตาลและคาเฟอีนอีกด้วย ซึ่งเมื่อดื่มเข้าไปแล้ว มันจะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีนทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว แต่ในทางตรงกันข้าม สารเหล่านี้ก็จะเข้าไปเร่งความเหี่ยวย่นของผิวพรรณอีกด้วย เพราะคาเฟอีนจะไปดูดซึมเอาวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ ที่จำเป็นต่อการบำรุงผิวออกไปจากร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่โอเคเอามากๆ

2. น้ำตาล

น้ำตาล เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงที่ทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีจนเรานั้นอยากกินต่อแบบหยุดไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการบริโภคน้ำตาล หรืออาหารที่มีรสหวานจัดครั้งละมากๆ จะทำให้ผิวเสื่อมสภาพ ขาดคอลลาเจน ไร้ซึ่งความสดใสเปล่งปลั่งของผิว จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผิวพรรณของเราจึงแอดวานซ์ไปกว่าวัย ไม่มีความยืดหยุ่น ฉะนั้น เวลากินก็ต้องระมัดระวังกันหน่อย

3. อาหารที่ใส่น้ำตาลเทียม

เพราะน้ำตาลเทียมเกิดจากสารสังเคราะห์ อย่าง แอสปาแตม หากเรารับเข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ ปวดหัว ทำให้ร่างกายต้องการกินของหวานๆ อีก แล้วก็จะวนอยู่อย่างนี้กันไม่จบไม่สิ้น

 

4. อาหารที่มีรสเค็ม

พูดถึงอาหารที่มีรสหวานไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของอาหารรสเค็มกันบ้าง อย่าง เนื้อหมัก เนื้อหมูแดดเดียว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีรสชาติเค็มมากไปจนถึงเค็มจัด เพราะหากบริโภคเข้าไปมากๆ แล้วจะทำร่างกายของเราบวมน้ำ ทั้งยังดูดเอาน้ำออกไปจากร่างกายของเรา ผิวพรรณก็เลดูเซื่อง แห้งกร้าน เหี่ยวย่นง่าย

 

5. อาหารปิ้งย่าง

สายหมูย่างเกาหลี หมูกระทะจะต้องอ่านและจดจำเอาไว้เป็นแม่นมั่น เพราะบรรดาอาหารปิ้งย่างพวกนี้จะพบสารไฮโดรคาร์บอนได้เป็นส่วนใหญ่ตอนที่เนื้อนั้นไหม้เกรียม เมื่อรับเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะเปิดสารอนุมูลอิสระ ทำลายผิว ทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวพรรณ ใบหน้าก็จะไม่สดใส ขาดความเปล่งปลั่ง ดูหมองคล้ำ เพราะฉะนั้นต้องกินอาหารประเภทนี้กันให้น้อยลงแล้วนะ

6. อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป

อาหารเหล่านี้นับว่าเป็นปัจจัยที่ 6 7 8 ของชีวิต ในยามที่เวลาว่างนั้นมันช่างน้อยนิด เราก็นิยมที่จะหาอาหารที่พร้อมปรุง พร้อมกิน มาบริโภคกันเพื่อความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น ปลากระป๋อง ไส้กรอก แฮม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารเหล่านี้มีรสชาติที่ถูกปากก็จริงอยู่ รู้รึเปล่าว่าเต็มไปด้วยโซเดียมจากรสเค็ม ทั้งยังมีสารในกลุ่มซัลไฟต์ที่มาในแบบของสารกันเสีย รสและกลิ่นก็ยังสังเคราะห์อีกด้วย หากกินเข้าไปมากๆ ก็จะไปกระตุ้นให้ผิวพรรณเกิดการอักเสบ ตามมาด้วยริ้วรอยที่เบื่อจะต้องมาลบ ควรต้องกินอาหารประเภทนี้กันให้น้อยลงแล้วล่ะ

7. อาหารทอด

ใครๆ ก็รู้กันดีว่าบรรดาอาหารทอดนั้นเต็มไปด้วยไขมัน ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายเกิดการสะสมจนอ้วนท้วนแล้ว ไขมันในของทอดก็ยังจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดการเหี่ยวย่น ดุไม่สดใสเปล่งปลั่งอย่างที่ควรเป็นตามวัยยังไงล่ะ

8. ไขมันไม่อิ่มตัว

ก็เพราะไขมันอิ่มตัวนี่เองที่ทำให้เราอ้วนง่าย ไม่ว่าจะเดินเหินไปที่ไหน แต่งตัวยังไงก็ดูไม่มั่นใจ แต่รู้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ว่าไขมันไม่อิ่มตัวยังไวต่อรังสียูวีอีกด้วยนะ เมื่อต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดนอกบ้านก็อาจถูกทำร้ายได้มากขึ้น บ่อยเข้า ผิวก็จะดูหมองคล้ำ ไม่ชุ่มชื้น ริ้วรอยต่างๆ ตามมา

9. เครื่องดื่มชูกำลัง

ในเครื่องดื่มชูกำลังจะประกอบไปด้วย คาเฟอีน และน้ำตาล ซึ่งอยู่ในข้อต้นๆ ที่เราพูดถึงไปว่าอาจทำให้ผิวพรรณของเราแก่กว่าวัย อีกทั้ง เครื่องดื่มชูกำลังก็ยังทำลายสารเคลือบฟัง ทำให้ฟันเหลือง กร่อน ผุ ได้ง่าย ใครที่ชอบดื่มเครื่องดื่มชูกำลังจะต้องคิดแล้วนะ ว่าควรดื่มให้น้อยลงน่าจะดีที่สุด

10. แอลกอฮอล์

ปิดท้ายด้วยตัวการที่ทำให้เราดูแก่ก่อนวัยก็คือ แอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชนิดไหนที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์ ล้วนแล้วแต่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้เป็นจำนวนมาก หรือถ้านึกภาพไม่ออก คนที่ดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้มักจะเข้าห้องน้ำบ่อย ที่สำคัญ ก็ยังมีส่วนทำให้ตับพัง หรือตับแข็ง เนื่องจาก ‘ตับ’ มีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อดื่มหนักๆ เข้า ตับก็ยิ่งทำงานหนักขึ้นก็อาจทำให้เสื่อมสภาพการทำงานเร็ว จึงเป็นที่มาว่าทำให้ผิวพรรณของเราไม่สดใส มีแต่หมองคล้ำ ดูเหี่ยวย่น แก่กว่าวัยนั่นเอง

 

 

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInShare on Tumblr